กราบนมัสการบรมพุทโธ ที่อินโดนีเซีย
บุโรพุทโธ ( Borobudur ) บุโรพุทโธ หรือ บูโรบูดูร์ หรือ ที่ชาวชวาเขียนว่าบาราบูดูร์ (Barabudur) เป็นภาษาสันสกฤต โดยคำว่า Bara มาจากคำว่า Biara มีความหมายถึงวิหาร (Vihara) หรือวัด ส่วนคำว่า Budur มีความหมายว่า ภูเขาสูง เมื่อรวมกันจึงหมายถึง วิหารที่สร้างขึ้นบนภูเขาสูง บุโรพุทโธ เป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธ นิกายมหายาน มีความเก่าแก่และความศรัทธาของชาวชวา ในประวัติยุคหนึ่งแห่งกษัตริย์ราชวงศ์ไศเลนทราซึ่งนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน จึงก่อสร้างโบสถ์ วิหาร และเจดีย์ไว้หลายแห่ง และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือเจดีย์บุโรพุทโธซึ่งกษัตริย์วิษณุแห่งราชวงศ์ไศเลนทรา ทรงเริ่มสร้างขึ่นในปี พ.ศ.1318 จนกระทั่งมาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยของกษัตริย์อินทราเมื่อปี พ.ศ.1390 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 72 ปีเศษ ถ้าไม่นับนครวัดของกัมพูชาซึ่งเป็นทั้งศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาพุทธ บุโรพุทโธจะเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี พ.ศ. 2534 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศให้โบโรบูดูร์เป็นแหล่งมรดกโลก
บุโรพุทโธสร้างด้วยหินภูเขาไฟประมาณ 2 ล้านตารางฟุตบนฐานสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 121 เมตร สูง 123 เมตร เป็นรูปทรงแบบปิรามิด มีลานเป็นชั้นลดหลั่นกัน 8 ชั้น ซึ่งใน 8 ชั้นนั้น 5 ชั้นล่างเป็นลาน 4 เหลี่ยม ส่วน 3 ชั้นบนเป็นลานวงกลม เป็นมหาสถูปที่ระเบียงซ้อนกันเป็นชั้นๆลดหลั่นกันไป มีการตกแต่งด้วยภาพสลัก 2,672 ชิ้น(บรรยายเล่าเรื่อง 1,460 ชิ้น และแผงตกแต่ง 1,212 ชิ้น)บรมพุทโธมีรูปปั้นพระพุทธรูปทั้งหมด 504 องค์ ซึ่งในส่วนรูปธาตุ (Rupadhatu) มีรูปปั้นพระพุทธรูปทั้งหมด 504 องค์ ซึ่งในส่วนรูปธาตุ (Rupadhatu) มีพระพุทธรูป 432 องค์ คือวงแรกมี 104 องค์ วงที่สอง 104 ที่สาม 88 ที่สี่ 72 และที่ห้า 64 ในส่วน (Arupadhatu) มีโดมตรงกลางล้อมรอบด้วย 72 องค์ (วงกลมแรกมี 32 สถูป วงที่สอง 24 และ วงที่สามที่ 16 สถูป รวมทั้งหมด 72 สถูป) และภายในสถูปนั้นมีพระพุทธรูปแต่ละนั่งองค์อยู่ภายในสถูป เจาะรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด รายรอบล้อมสถูปเจดีย์ใหญ่ประธานอยู่ตรงกลางด้านบนสุด
ในชั้นบนสุดของบุโรพุทโธ มีลักษณะเป็นฐานวงกลมใหญ่ของเจดีย์องค์ประธาน เวลาที่มองมาจากที่ไกล จะเห็นเป็นเหมือนดอกบัวขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่กลางหุบเขา ไม่พบภาพสลักใด ๆ ปรากฏอยู่เหมือนพ้นจากความต้องการทุกสิ่งทุกอย่าง บ่งบอกถึงการรู้ตื่นและเบิกบาน มีผู้อุปมาภาพที่ปรากฏนี้ว่า แสดงถึงการหลุดพ้นจากทุกสรรพสิ่งในโลกหรือที่เรียกว่านิพพาน อันเป็นจุดหมายสูงสุดของศาสนาพุทธ
บางตำราเชื่อกันว่าแผนผังของบุโรพุทโธคงหมายถึง “จักรวาล” และอำนาจของ “พระอาทิพุทธเจ้า” ได้แก่พระพุทธเจ้าผู้ทรงสร้างโลกในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ซึ่งแสดงโดยสถูปที่บนยอดสุดก็ได้แผ่ไปทั่วทั้งจักรวาล ซึ่งจักรวาลนี้แบ่งออกเป็น ๓ ตอน คือชั้นบนสุดได้แก่ “อรุปธาตุ” ชั้นรองลงมาคือ “รูปธาตุ” และชั้นต่ำสุดคือ “กามธาตุ”
พระเจดีย์องค์ใหญ่ที่อยู่บนยอดสูงสุดของ “บุโรพุทโธ” ก็คือสัญลักษณ์แทนองค์ “พระอาทิพุทธเจ้า” ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าสูงสุด ตามคติความเชื่อในพระพุทธศาสนานิกายมหายานที่เป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง
อ้างอิง
https://th.wikipedia.org/wiki/บโรบูดูร์
https://www.thairath.co.th/content/272108
http://alamasia.net/wp-content/uploads/2016/03/Borobudur-an-Introduction.pdf
https://th.wikipedia.org/wiki/คัณฑวยูหสูตร
มีการตกแต่งด้วยภาพสลัก 2,672 ชิ้น(บรรยายเล่าเรื่อง 1,460 ชิ้น คือ
1.คัมภีร์ชาดกและอวทาน การบำเพ็ญบารมีไปสู่การตรัสรู้ มี 720 ชิ้น
2. คัมภีร์ภัทรจารี การแสวงหากัลยาณมิตรของพระสุธน มี 72 ชิ้น
3. คัมภีร์ลลิตวิสตระ เป็นสูตรเกี่ยวกับความเริ่มต้นความเป็นพระพุทธเจ้า มี 120 ชิ้น
4.คัณฑวยูหสูตร คือการจาริกแสวงหาธรรมของสุธนกุมารไปยังดินแดนต่างๆ ตามคำแนะนำของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์พบพานผู้รู้และผู้ชี้แนะมากมาย มี 388 ชิ้น
5.คัมภีร์กรรมวิภังค์ อันแสดงถึงคนที่มัวเมาในกิเลส ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มี 160 ชิ้น
และแผงแผ่นหินตกแต่งโดยรอบ มี 1,212 ชิ้น)
อ้างอิง
https://www.indomagic.com/articles/art-material-culture/architecture/architecture-of-borobudur-temple/
https://th.wikipedia.org/wiki/บโรบูดูร์
https://www.thairath.co.th/content/272108
http://alamasia.net/wp-content/uploads/2016/03/Borobudur-an-Introduction.pdf
https://th.wikipedia.org/wiki/คัณฑวยูหสูตร
ปล.
เรื่องกายในทางพระพุทธศาสนา ล้วนมาจากปรัชญาที่คล้ายกัน คือ
ฝ่ายเถรวาท 3 กาย คือ รูปกาย นามกาย ธรรมกาย
ฝ่ายมหายาน 3 กาย คือ นิรมาณกาย สัมโภคกาย ธรรมกาย
จึงสมหลักฐานที่ว่าพระพุทธองค์จึงเกิด 2 ครั้ง คือ
ครั้งแรก เกิดด้วย “รูปกาย” ที่สวนลุมพินี
ครั้งที่สอง เกิดด้วย “ธรรมกาย” ที่โคนต้นศรีมหาโพธิ์ ด้วยประการฉะนี้......
เจดีย์บรมพุทโธสร้างพ.ศ.1318-1390 เป็นรูปทรงแบบปิรามิด มีลานเป็นชั้นลดหลั่นกัน 8 ชั้น ซึ่งใน 8 ชั้นนั้น 5 ชั้นล่างเป็นลาน 4 เหลี่ยม ส่วน 3 ชั้นบนเป็นลานวงกลม เป็นมหาสถูปที่ระเบียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันไป มีพระพุทธรูปทั้งหมด 504 องค์
เจดีย์เวชิกองพ.ศ.1587 – 1656 ก็เป็นเจดีย์ที่สร้างลดหลั่นกันเป็นชั้นคล้ายๆกัน แต่เป็นวงสี่เหลี่ยม 4 ชั้นเพียง 3 ชั้น ส่วนวงกลม 3 ชั้นรวมเป็นเจดีย์ใหญ่ 1 องค์และเจดีย์ 4 องค์ แต่ถ้ามองแบบทอปวิวก็จะมีส่วนคล้ายๆกับบรมพุทโธเหมือนกัน
ส่วนเจดีย์สัมพุทเธ สร้างราวพ.ศ.1862 ที่พม่า ซึ่งสร้างขึ้นคล้าย ๆ บรมพุทโธ ที่เกาะชวา อินโดนีเซีย แต่ที่นี่มีทั้งพระรูปนอกมี 845 องค์และด้านในมีพระรูปเรียงรายเป็นแถวเป็นชั้นถึง 582,363 องค์ เจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อราวพ.ศ.1862 และบูรณะใหม่ในปี 2486
ไม่ว่าเจดีย์จะรูปแบบใดก็ตาม แต่ทุกเจดีย์ล้วนเป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แผงไว้ด้วยปรัชญาที่สื่อถึงการสร้างบารมีบรรลุธรรมเช่นกัน
บุญที่ได้จากการมากราบไหว้พระเจดีย์จึงเหมือนการบูชาสักการพระพุทธเจ้า ยิ่งมีพระพุทธเจ้ามากมายและกราบไหว้ด้วยความเคารพศรัทธาและปฏิบัติบูชาย่อมได้ผลบุญเป็นอเนกอนันต์ ยิ่งผู้ที่ได้ร่วมกันก่อสร้างย่อมมีบุญญาผลานิสงส์อันจะนับประมาณไม่ได้ สาธุๆๆ
เรื่องราวในอดีตผ่านกาลเวลามายาวนาน แต่มโนปณิธานบรมโพธิสัตว์อันยิ่งใหญ่เพื่อจะโปรดสรรพสัตว์ยังมั่นคง แม้จะผ่านอุปสรรคมากมายและแสนสาหัสประดุจการแหวกป่าไผ่ที่มีหนามแหลมหรือย่ำบนถ่านเพลิงร้อนเป็นต้นที่ยาวไกลไปถึงสุดขอบจักรวาลก็ไม่ย่อท้น จนในที่สุดก็ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโปรดสรรพสัตว์ให้บรรลุธรรมกันถ้วนหน้า
มโนปณิธานนี้สืบต่อถ่ายทอดมาสู่โพธิสัตว์ทั้งหลายที่จะทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้สืบต่อๆ ไป จนสรรสัตว์ทั้งหมดเข้าสู่พระนิพพานแดนเกษมสะอาดบริสุทธิ์โดยส่วนเดียว สาธุๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น